" ครอบครัวเข้มแข็งอย่างไรเมื่อเจอภัย โควิด-19: การรับมือของครอบครัวอบอุ่นกลุ่มคนทำงานองค์กร "
ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต สุภรต์ จรัสสิทธิ์ || การดู 129 ครั้ง
10 มิถุนายน 2563

ในวินาทีนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “โควิด-19” เป็นข่าวดังรายวันทั่วโลก เพราะมาพร้อมกับความลับดำมืด สามารถแพร่ระบาดไปได้เกือบทุกที่ทั่วโลก ที่น่ากลัว คือ ยังไม่มีวัคซีนในการป้องกัน ที่โหดร้าย คือ การแพร่ระบาดเข้าถึงคนได้ทุกชนชั้น และที่สยดสยองมากที่สุด คือ จะไม่รู้ว่าใครติดเชื้อแม้กระทั่งตัวเองถ้ายังไม่แสดงอาการนอกจากทำให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้แล้ว ยังก่อความเสียหายต่อสภาวะเศรษฐกิจระดับโลกได้อย่างมหาศาล ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ทั่วโลกอย่างมิอาจคำนวณค่าความเสียหายได้ 

ครอบครัวอบอุ่นรับมือภัยโควิด-19 อย่างไร?

โครงการการสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่นและมีสุขของคนทำงานองค์กร โดย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ทำการสำรวจสถานการณ์เร่งด่วน “ผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ต่อครอบครัวคนทำงานองค์กร” ในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ระหว่างวันที่ 27 เมษายน–22 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

จากผลการสำรวจฯ พบว่า มีผู้ตอบแบบสอบถาม 3,310 คน จาก 63 องค์กร โดยร้อยละ 42.3 ของคนทำงาน ได้รับผลกระทบปานกลางจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ขณะที่ร้อยละ 34.4 และ 11.9 ได้รับผลกระทบมากและมากที่สุด ตามลำดับ โดยคนทำงานเกือบทั้งหมด (ร้อยละ 99.3) มั่นใจว่าคนในครอบครัวไม่มีผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ขณะที่เกือบ 1 ใน 3 (ร้อยละ 31.6) ระบุว่า ครอบครัวมีเงินเก็บที่สามารถใช้ในสถานการณ์โควิด-19 

เมื่อพูดถึงผลกระทบที่มีต่อคนทำงานมากที่สุด พบว่า เป็นเรื่องค่าใช้จ่ายโดยรวมที่เพิ่มขึ้น (ร้อยละ 35.0) รองลงมา คือ ความวิตกกังวลหรือหวาดระแวงว่าจะติดเชื้อโรคนี้ ต้องปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันและต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีและเวลาของการทำงาน ตามลำดับ (รูปที่ 1)


รูปที่ 1 ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

มาตรการความปลอดภัยต่าง ๆ ของรัฐ ส่งผลอย่างไร กับครอบครัวอบอุ่น?

ร้อยละ 22.5 ของคนทำงานและครอบครัว ระบุว่า ตนเองมีคุณสมบัติเข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ความช่วยเหลือจากมาตรการของรัฐ ขณะที่ร้อยละ 43.4 ระบุว่า มีคุณสมบัติไม่เข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว และเมื่อสอบถามถึงความพึงพอใจในภาพรวมของมาตรการของรัฐ ร้อยละ 40.2 ระบุว่า พึงพอใจพอสมควร ขณะที่ร้อยละ 9.7 และ 3.0 มีความพึงพอใจมากและมากที่สุด ตามลำ.ดับ 

เมื่อสอบถามถึงผลกระทบของมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆ ของรัฐ ต่อครอบครัวคนทำงาน พบว่า ร้อยละ 43.7 ระบุว่า มาตรการประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ในเวลา 22.00-04.00 นาฬิกา ไม่มีผลกระทบต่อครอบครัว ขณะที่ร้อยละ 34.9 ระบุว่า มาตรการการสั่งปิดสถานที่ต่าง ๆ มีผลกระทบพอสมควร ร้อยละ 33.4 มีผลกระทบเล็กน้อย และร้อยละ 10.4 และ 5.5 มีผลกระทบมากและมากที่สุด ตามลำดับ

คนทำงาน ร้อยละ 34.9 ระบุมาตรการเฉพาะ “การสั่งเลื่อน” การเปิดโรงเรียน/วิทยาลัย/มหาวิทยาลัย มีผลกระทบต่อตนเองและครอบครัวพอสมควร ร้อยละ 30.0 มีผลกระทบเล็กน้อย ขณะที่ร้อยละ10.4 และ 5.5 มีผลกระทบมากและมากที่สุด ตามลำดับ (รูปที่ 2)

 
รูปที่ 2 ระดับผลกระทบจากมาตรการเฉพาะ

กลุ่มคนทำงานในองค์กร ระบุความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ ได้แก่ เรื่องการทำงาน ร้อยละ 64.9 เรื่องการเงิน ร้อยละ 63.6 เรื่องข้อมูลข่าวสารที่ต้องปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคโควิด-19 ร้อยละ 60.0 เรื่องการสร้างเสริมอาชีพ ร้อยละ 59.9 และเรื่องสิ่งของอุปโภคและบริโภค ร้อยละ 51.1

การรับมือสถานการณ์โควิด-19 ของสมาชิกในครอบครัว พบว่า ร้อยละ 54.2 มีความเข้มแข็ง ร้อยละ 53.0 มีความพร้อมในการช่วยแก้ปัญหาร่วมกันได้ดี และร้อยละ 52.3 มีการวางแผนอย่างรอบคอบโดยสามารถเชื่อมโยงความรอบรู้ต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน สำหรับความช่วยเหลือในสถานการณ์โควิด-19 พบว่า ร้อยละ 47.5 ของคนทำงาน ได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากองค์กรหรือหน่วยงานของตนเอง ร้อยละ 35.2 ครอบครัวสามารถขอความช่วยเหลือจากครอบครัวอื่นในชุมชน และในทำนองกลับกันร้อยละ 36.6 ครอบครัวสามารถให้ความช่วยเหลือครอบครัวอื่นที่ประสบกับสถานการณ์โควิด-19 เช่นกัน

ดังนั้นการรับมือเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 เป็นพฤติกรรมที่สมาชิกต้องร่วมมือร่วมใจดูแลซึ่งกันและกัน เพื่อครอบครัวและสมาชิกสามารถปฏิบัติได้ด้วยตัวเอง ร่วมไปกับมาตรการความช่วยเหลือจากรัฐหรือสังคม ยิ่งถ้ามีวินัยในตนเองสูง ก็จะยิ่งมีความปลอดภัยสูง ขณะเดียวกันสมาชิกในครอบครัวมีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้น (family intimacy) เพราะต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันเกือบตลอดทั้งวัน หากต่างก็มีวินัยในการป้องกันเชื้อโควิด-19 มากเท่าไร ครอบครัวก็จะคงความอบอุ่นและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
อย่าลืม

“อยู่ห่าง ใส่หน้ากาก ล้างมือ กินร้อน ช้อนตัวเอง”


 


CONTRIBUTORS
ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต
สุภรต์ จรัสสิทธิ์

Copyright © 2018 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333 Admin Web master : piyawat.saw@mahidol.ac.th