" เมื่อผู้สูงอายุคนหนึ่งเผชิญหน้ากับโควิด-19 "
ปราโมทย์ ประสาทกุล || การดู 773 ครั้ง
12 มิถุนายน 2563

เมื่อปลายเดือนเมษายน ปี 2563 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังร้อนแรงไปทั่วโลก ในประเทศไทย โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนไปทั่วทุกหย่อมย่าน ผมขอบันทึกเรื่องที่ตัวเองต้องอยู่ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ไว้ในข้อเขียนชิ้นนี้ เหตุการณ์โควิด-19 เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า โควิด-19 อาจกลายเป็นเชื้อหวัดที่คนไทยคุ้นชิน และปรับวิถีชีวิตให้อยู่ร่วมกับไวรัสสายพันธุ์นี้อย่างสงบสันติแล้วก็ได้ และเมื่อนั้น เหตุการณ์ที่ผมเขียนบันทึกในวันนี้ ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้วอย่างสิ้นเชิงก็ได้

เมื่อวานนี้เอง (2 พฤษภาคม 2563) คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ยังคงบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (พระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) ซึ่งใช้ตั้งแต่ 26 มีนาคม ถึง 30 เมษายน ปี 2563 ต่อไปอีกเดือนหนึ่งจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม ตามคำแนะนำของ ศบค. (ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) อีกตั้งเดือนหนึ่ง ที่ผมจะต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หลังจากที่อยู่ด้วยกันมาแล้วมากกว่าหนึ่งเดือน

คนไทยยังการ์ดไม่ตก

ผมติดตามข่าวสถานการณ์โควิด-19 มาตั้งแต่เริ่มต้น และเมื่อเริ่มมีการตั้ง ศบค. เมื่อปลายเดือนมีนาคม โฆษกของ ศบค. นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ได้ออกมาแถลงข่าวสถานการณ์โควิดในประเทศไทยเป็นประจำทุกวัน ผมต้องบันทึกเอาไว้ว่า ขณะนี้ผมรู้จักและคุ้นหน้าคุณหมอทวีศิลป์มากกว่าดาราไทยที่เด่นดังมาก ๆ หลายสิบเท่าตัว ช่วงอาทิตย์สุดท้ายของเดือนเมษายน ท่านโฆษกพร่ำ.เตือนคนไทยทุกคนว่า “การ์ดอย่าตก ๆ” ท่านเปรียบคนไทยว่า เหมือนนักมวยที่กำลังชกกับคู่ต่อสู้ คือ โควิด (ศิษย์พระกาฬ) อยู่บนเวที การชกครั้งนี้เป็นการสู้กันแบบมวยสากล ที่ต้องชกกัน 12 ยก หมอทวีศิลป์บอกว่า เราเพิ่งสู้กับไวรัสตัวร้ายนี้มาได้ 4-5 ยกเท่านั้น พูดง่าย ๆ คือ สู้กันมายังไม่ถึงครึ่งทาง ท่านโฆษกที่เป็นโค้ช ตะโกนสอนนักมวยอยู่ข้างเวที กำลังเตือนว่า อย่าประมาท ๆ การ์ดตกเมื่อไร อาจถูกโควิดระดมหมัดใส่จนเราอาจแพ้น็อคได้

ผมชอบดูมวย โดยเฉพาะเมื่อนักมวยไทยขึ้นชกชิงแชมป์โลก ถ้านักมวยฟิตซ้อมมาดี ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง นักมวยก็มีแรงที่จะยกแขนตั้งเป็นการ์ดไว้ป้องกันตนเองตามคำสั่งของโค้ช แต่เมื่อไรที่นักมวยหมดแรงหรือถูกหมัดคู่ต่อสู้จนมีอาการ เมื่อนั้นโค้ชจะสั่งอย่างไร นักมวยก็อาจทำตามไม่ได้ เท่าที่ผ่านมา 4-5 ยก คนไทยใจสู้ แรงดี มีวินัย การ์ดยังไม่ตก ดูเหมือนว่า เราจะเอาชนะโควิด-19 ได้แน่ ๆ

ปลอดภัย งานไม่สะดุด และใจไม่หมอง

ผมอยากจะบันทึกเอาไว้ว่า ผมอยู่ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ตลอดเดือนเมษายนที่ผ่านมาอย่างไร ผมมีหลักการที่ได้บอกเพื่อนร่วมงานหลายคนมาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม เมื่อสถาบันฯ สั่งปิดที่ทำงานแล้วว่า เมื่อเผชิญกับวิกฤติเช่นนี้ เราต้องสร้างสมดุลระหว่างหมุดหมาย 3 ประการให้ได้ ประการแรกเราต้องปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด ประการที่สอง คือ การงานของเราต้องดำเนินต่อไปโดยไม่สะดุด และประการสุดท้าย เราต้องรักษาสภาพจิตใจของเราไม่ให้ซึมเศร้า หรือเสื่อมโทรมลง 

หลีกเลี่ยงไม่ให้ติดเชื้อโควิด-19

ผมพยายามลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิดด้วยการประพฤติปฏิบัติตนตามคำแนะนำทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ให้ล้างมือบ่อย ๆ ผมก็ล้าง เห็นเขาตั้งขวดเจลแอลกอฮอล์ที่ไหน หรือตั้งจุดแจกไว้ที่ไหน ผมก็ไปรับมาถูมือให้สะอาด เขาจะเอาเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายมาจ่อหน้าผาก ผมก็ยืนนิ่ง ๆ ให้เขาวัดไปที่ไหนเขาให้ใส่หน้ากาก ผมก็ใส่ ให้ผมเว้นระยะห่างทางสังคมผมก็ปฏิบัติตาม ผมหลีกเลี่ยงไม่ไปในที่ที่มีคนจำนวนมากมาชุมนุมกัน ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผมไม่ได้ใช้บัตรซีเนียร์แรบบิทขึ้นรถไฟฟ้าและบัตรสำหรับผู้สูงอายุโดยสารรถใต้ดินเลย

ผมพยายามคิดด้วยเหตุและผล ฟังข่าวสารความรู้เกี่ยวกับการติดเชื้อโควิด ทีแรกก็มีข่าวว่า โควิดติดต่อกันได้โดยการสัมผัส หรือไอจามใส่กันเท่านั้น โควิดไม่เป็นเชื้อที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ผมก็ใส่หน้ากากบ้างไม่ใส่บ้าง ทีหลังเขาบอกว่า ให้ใส่หน้ากากตลอดเวลา เพื่อป้องกันตัวเราไม่ให้ติดเชื้อจากคนอื่นและป้องกันไม่ให้เราเผยแพร่เชื้อไปให้คนอื่น ผมก็ใส่เมื่ออยู่ใกล้ผู้คน ผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด อยู่บ้านเพื่อชาติ ผมก็อยู่ ผมหุงข้าว ต้มไข่ ลวกไข่ ซื้อกับข้าว ขนมปัง ผักผลไม้มากินที่บ้าน ต่อมา เมื่อรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกนอกบ้านตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตี 4 ผมก็ไม่เคยดื้อรั้นผ่าเคอร์ฟิวเลยสักครั้ง

การงานต้องดำเนินไปไม่สะดุด

ผมตั้งใจจะไม่ยอมให้โควิดมาเป็นอุปสรรคในการทำงานของผม ที่จริง เจ้าโควิดมีข้อดีตรงที่ได้ช่วยให้ผมมีเวลาทำงานมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง ผมหัดประชุมออนไลน์ ทั้งการใช้แอปพลิเคชันซูมและเว็บเอ็กซ์ การประชุมออนไลน์มีข้อเสียตรงที่ไม่ได้เห็นตัวเป็น ๆ กัน แต่ว่ากันตามจริงแล้ว ผมคิดว่า การเข้าประชุมออนไลน์เราต้องใช้พลังงานมากกว่าการประชุมตามปกติเสียอีก เพราะเราต้องมีสมาธิ นั่งจ้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา นอกจากประชุมกับหน่วยงานภายนอกตามที่เขานัดหมายแล้ว ผมยังนัดประชุมออนไลน์กับเพื่อนร่วมงาน ในโครงการต่าง ๆ สนุกดีเมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานเข้าประชุมโดยมีฉากหลังเป็นห้องทำงานที่บ้าน บางครั้งก็มีเด็ก ๆ มาร่วมวงด้วย

การประชุมบางครั้งก็ต้องไปด้วยตนเองเพราะเป็นการประชุมที่ต้องรักษาความลับ หรือบางครั้งการประชุมด้วยตัวเองดูน่าจะได้ผลดีกว่า ถ้าต้องเข้าประชุมด้วยตัวเองเราก็จะใช้วิธีเว้นระยะห่างระหว่างผู้เข้าร่วมประชุม และใส่หน้ากากเพื่อให้คนอื่นสบายใจ (เราก็ใส่บ้าง ถอดบ้าง จะให้ใส่หน้ากากปิดปาก ปิดจมูกตลอดเวลา ก็อึดอัดเกินไป)

ผมโชคดีที่เป็นข้าราชการบำนาญ ได้รับเงินบำนาญเป็นประจำทุกเดือน แต่ผมก็อดนึกถึงคนไทยจำนวนมากไม่ได้ โควิดมีผลกระทบต่ออาชีพการงานของคนเป็นจำนวนมาก คนที่หาเช้ากินค่ำต้องเผชิญกับภาวะยากลำบากเพราะขาดรายได้เพียงพอที่จะซื้ออาหาร หรือจ่ายค่าเช่าที่พักอาศัย กิจการหลายประเภทหลายแห่งต้องหยุดลง คนทำงานรับจ้างต้องถูกเลิกจ้าง

คงต้องบันทึกไว้ด้วยว่า โควิด-19 ครั้งนี้ ได้ทำให้คนตกงานเป็นเรือนแสน เรือนล้าน

สภาพจิตใจที่ไม่เสื่อมโทรมลง

ผมคิดถึงเรื่องจิตใจมาตั้งแต่ต้น มาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิดที่ให้คนกักตัวอยู่แต่ในบ้าน น่าจะมีผลทำให้ผู้ชอบคบหาสมาคมกับผู้คนอย่างผมจิตตกไม่น้อย เพื่อนฝูงที่เคยพบปะเจอะเจอกัน ก็ต้องห่างเหินกันไป จะนัดกินข้าวกันตามร้านอาหาร ร้านก็ไม่เปิดบริการ ยังดีที่สมัยนี้มีโซเชียลมีเดีย ผู้คนติดต่อพูดคุยกันโดยใช้อินเทอร์เน็ต ผมคุยกับเพื่อนทางไลน์และเฟซบุ๊กผมเล่นต่อกลอนกับเพื่อน ๆ ส่งคลิปเพลงเพราะ ๆ คลิปสนุก ๆขำ ๆ ระหว่างเพื่อนกัน อินเทอร์เน็ตช่วยจิตใจของผมได้มากจริง ๆ ในสถานการณ์อย่างนี้

ผมเป็นห่วงสภาพจิตใจของคนไทยจำนวนมากในสถานการณ์โควิด ผมสังเกตว่า คนจำนวนไม่น้อยกลัวโควิดจนเกินเหตุ โควิดกลายเป็นภูติผีปีศาจที่คอยหลอกหลอนผู้คน ผู้คนต่างระแวงระวังกันไปหมด เห็นคนอื่นเป็นเหมือนตัวเชื้อโรค หลายคนกลัวโควิดมากจนไม่กล้าออกจากบ้าน

ผมนึกเห็นใจคนจำนวนมากที่ต้องหยุดงาน ไม่มีรายได้ ซึ่งน่าจะมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจของพวกเขา ผมเคยบอก น้อง ๆ ที่ทำงานด้วยกันให้ลองเก็บข้อมูลคนฆ่าตัวตายดู ในไม่ช้า เราอาจได้เห็นสถิติจำนวนคนฆ่าตัวตายเพราะโควิตแซงหน้าคนเป็นโรคโควิดตายก็ได้

ที่ผ่านมา ยังรักษาสมดุลได้

สำหรับผม ตลอดระยะเวลาเดือนกว่าที่ผ่านมา ผมยังรักษาสมดุลระหว่างหมุดหมายทั้งสามเอาไว้ได้ ผมยังไม่ติดเชื้อโควิด งานของผมยังไม่สะดุด และผมยังยิ้มได้ 

เรื่องที่ผมเคยเป็นกังวลมากเมื่อเริ่มประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คือ เรื่องการตัดผม (ตัดเส้นผมบนศีรษะนะครับ) ผมวิตกว่า จะไปตัดผมที่ไหนเมื่อทางการสั่งปิดร้านตัดผม แต่ปัญหานี้ก็หมดไปแล้วตั้งแต่สองอาทิตย์ก่อน เมื่อค้นพบว่า “จี๊ด” น้องที่ทำงานด้วยกันคนหนึ่ง มีฝีมือในการตัดผม จี๊ดได้ไปฝึกวิทยายุทธ์วิชาตัดผมที่ศูนย์ฝึกอาชีพบางพลัดของ กทม. เรียนทุกเสาร์เป็นเวลาถึง 6 เดือน จนมีฝีมือระดับชำนาญการ จี๊ดปรับที่ทำงานให้เป็นร้านตัดผมเฉพาะกิจ ที่เปิดให้ผมไปรับบริการตามนัด แต่นั้นมา ความวิตกกังวลของผมในเรื่องการตัดผมจึงหมดไปทันที


ภาพโดย: สมชาย ทรัพย์ยอดแก้ว
หมายเหตุ: ได้รับอนุญาตจาก ศ.ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล และเกียรตินิยม ขันตี แล้ว

ตอนนี้คงเหลือแต่ความเป็นห่วงคนไทยส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่อาจปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-19 แต่กำลังลำบากยากเข็ญเพราะความอดอยาก หลายคนแม้ไม่อดอยากแต่ก็ทุกข์ใจและซึมเศร้า ผมหวังว่าจะเกิดความสมดุลระหว่างหมุดหมายสามประการนี้ในหมู่คนไทยในไม่ช้า

ปราโมทย์ 
22.00 น. 3/5/63


 


CONTRIBUTORS
ปราโมทย์ ประสาทกุล
แม้อายุเลยหลักเลข 7 แล้ว ก็ยังไม่ยอมพ่ายสังขาร ยังคงมาทำงานที่สถาบันวิจัยประชากรและสังคมทุกวัน เหมือนเมื่อครั้งยังเป็นหนุ่ม สนใจชีวิตของผู้สูงอายุ แบบที่ว่า ยิ่งอายุสูงมากๆ เช่น ชีวิตของศตวรรษิกชน ก็ยิ่งชอบ เป็นคนรักสงบ ชื่นชมต้นไม้ใบหญ้าริมทางอย่างเท่าเทียมกับดอกกุหลาบสีชมพูในอุทยาน

Copyright © 2018 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333 Admin Web master : piyawat.saw@mahidol.ac.th