"คุยกับ..ปราโมทย์"
รอหมูป่าออกจากถ้ำ
ปราโมทย์ ประสาทกุล
จำนวนผู้ชม : 156 ครั้ง

เสาร์ที่ 7 กรกฎาคม 2561

            ผมลงวันที่เขียนบทความนี้ไว้เพื่อร่วมบันทึกเหตุการณ์สำคัญว่าวันนี้นับเป็นวันที่ 14 แล้วที่เด็กๆ อายุ 11 ถึง 16 ปี12 คนและผู้ช่วยโค้ชหนุ่มอายุ 25 ปีอีกคนหนึ่งซึ่งสังกัดทีมฟุตบอลชื่อน่าเกรงขามว่า “ทีมหมูป่า” ติดอยู่ในถ้ำหลวง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

            ทั้ง 13 ชีวิตได้เข้าไปในถ้ำซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของเชียงรายตั้งแต่บ่ายวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน หนึ่งอาทิตย์ก่อนวันปิดเป็นทางการไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปในถ้ำตามประกาศของกรมวนอุทยานแห่งชาติ ทีมหมูป่าทั้งทีมได้หายไปในถ้ำ หลักฐานแน่ชัดว่าทั้งหมดติดอยู่ภายในถ้ำ ภัยธรรมชาติคือฝนที่ตกหนักมากจนมีน้ำบ่าปิดทางเข้าออกถ้ำหลวงทั้งหมด ตั้งแต่วันนั้น ผู้คนภายนอกถ้ำ ทั้งพ่อแม่ญาติพี่น้องของเด็กๆ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ ผู้คนทุกเพศวัยทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก ต่างแสดงความเป็นห่วงกังวลต่อชะตากรรมของสมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต ทุกคนเป็นห่วงว่าทีมหมูป่าจะยังอยู่รอดปลอดภัยดีหรือไม่

            ในช่วงเวลาวิกฤตินี้ ได้มีการระดมสรรพกำลังทุกอย่าง ทั้งกำ.ลังคน เครื่องจักรกล เทคโนโลยีสมัยใหม่ ภูมิปัญญาชาวบ้าน รวมทั้งความเชื่อศรัทธาที่เป็นกำลังใจของผู้คน ในการค้นหาทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต

            เวลาผ่านไป 9 วัน เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม นักดำน้ำผู้เชี่ยวชาญชาวอังกฤษ 2 คนที่ช่วยดำน้ำนำทางให้หน่วยกู้ชีพ ทั้งหน่วยซีลและนักดำน้ำชาติอื่นๆ ก็ได้พบเด็กๆ ทั้งหมดอยู่บนเนินสูงพ้นน้ำในถ้ำ ที่เรียกว่า “เนินนมสาว”

            นักดำน้ำชาวอังกฤษเล่าว่า เมื่อสุดปลายเชือก พวกเขาได้โผล่ขึ้นจากน้ำและเงยหน้าขึ้นไปเห็นเด็กๆ นั่งมองพวกเขาอยู่บนเนินนั้น

            “How many of you?” นักดำน้ำถามคำถามสำคัญ “Thirteen” เด็กคนหนึ่งตอบจำนวนเป็นภาษาอังกฤษ

            นักดำน้ำชาวอังกฤษทวนตัวเลขที่เป็นคำตอบอย่างยินดียิ่ง “Thirteen, brilliant.” (สิบสาม ยอดเยี่ยม) แสดงว่าทั้ง 13 ชีวิตอยู่ด้วยกันครบถ้วนบนเนินนั้น ไม่ขาดไม่เกิน

            จากวันที่พบทีมหมูป่าทุกคนยังมีชีวิตรอดปลอดภัยอยู่ในถ้ำหลวง อยู่จนถึงวันที่ผมเขียนบทความนี้เป็นเวลานาน 5 วันแล้ว ทีมหมูป่ายังต้องอยู่ที่เนินนมสาว โดยมีคุณหมอภาคย์ และพยาบาลอีกนายหนึ่งอยู่เป็นเพื่อนและคอยช่วยดูแล เด็กๆ ทุกคนต้องได้รับการปรับสภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ถึงวันนี้ โพรงทางออกจากถ้ำยังคงมีน้ำท่วมจนปิดเพดานถ้ำเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร ถ้าจะพาเด็กออกจากถ้ำทางปากถ้ำ เด็กๆ ก็ต้องดำน้ำลอดซอกหลืบที่ซับซ้อนออกไป ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากต่อชีวิตของพวกเขา

            ขณะนี้ ผมยังลุ้นว่าเด็กๆ ในทีมหมูป่าจะออกจากถ้ำหลวงอย่างปลอดภัยได้เมื่อไร และด้วยวิธีการอย่างไร ผมจะฝากคำเฉลยส่วนนี้ไว้ในส่วนท้ายของบทความนะครับ

            กิจกรรมทำลายเวลาของผู้สูงอายุ

            ทีมหมูป่าติดอยู่ในถ้ำหลวงนับถึงวันที่ผมเขียนบทความนี้ก็เป็นเวลานานถึง 14 วันแล้วนะครับ สิบสี่วันหรือสองสัปดาห์นี่นานมากจริงๆ พวกเราที่อยู่นอกถ้ำและยังมีสุขภาพดี ย่อมทำกิจกรรมได้มากมายหลายอย่าง ไปโน่นมานี่ได้หลายเที่ยว อย่างผม เข้าประชุมได้หลายครั้ง ไปต่างจังหวัดมาได้หลายจังหวัด มีโอกาสคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องเด็กๆ ติดถ้ำกับคนหลายกลุ่ม ไม่อยากจะคิดว่าเด็กๆ จะอึดอัดเพียงไรที่ต้องอยู่บนเนินหินปูนแคบๆ ท่ามกลางความมืดตลอดเวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมานี้

            เมื่อเสาร์ก่อน ผมมีโอกาสไปเยี่ยมน้องสาวที่บ้านท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง น้องสาวเกษียณราชการมาเกือบ 10 ปีแล้วและมาอยู่ดูแลแม่จนกระทั่งแม่เสียชีวิตไปเมื่อต้นปีนี้ ผมถามถึงกิจกรรมของน้องเมื่อหมดภาระที่ต้องดูแลแม่ และเป็นข้าราชการบำนาญที่ไม่ต้องทำงานประจำอีกต่อไป

            น้องบอกว่าไม่เหงา วันๆ หนึ่งยังมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ตื่นเช้าขึ้นมา เตรียมข้าว กับข้าวเพื่อใส่บาตรให้พระจากวัดประจำหมู่บ้านที่เดินผ่านหน้าบ้านมาบิณฑบาตโปรดสัตว์เป็นประจำทุกเช้า น้องสาวเป็นผู้สูงอายุวัยต้น (อายุ 68 ปี) ที่ยังมีสุขภาพดี ที่บ้านไม่เคยมีคนรับใช้ น้องจึงต้องทำงานบ้านเอง ทั้งกวาดบ้านถูบ้าน ทั้งซักรีดเสื้อผ้าของตัวเอง ถ้าแดดดี น้องจะไปซื้อกุ้งมาต้มแล้วตากแดดทำเป็นกุ้งแห้ง ระยะนี้ เขานิยมทำน้ำจากมะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่กัน น้องผมก็ทำกับเขาบ้าง

            พอมีเวลาว่างจากงานที่ต้องลงมือทำโน่นทำนี่ น้องผมก็จะอ่านหนังสือ (น้องชายคนถัดไปชอบอ่านหนังสือเป็นนิสัย จะเอาหนังสือที่อ่านแล้วมาให้ไว้ที่บ้าน) ถ้าเบื่อจากการอ่านหนังสือ น้องก็จะเล่นไลน์คุยกับเพื่อนๆ หรือไม่ก็อ่านข่าวสารความรู้

            ทั้งที่เป็นข้อความ รูปภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว งานบ้าน งานอดิเรก และการติดต่อสื่อสารผ่านทางโชเซียลมีเดียช่วยสร้างกิจกรรมให้ผู้สูงอายุอย่างน้องของผมทำได้ตลอดทั้งวัน

            น้องสาวเล่าให้ฟังถึงกิจกรรมอื่นๆ เธอเข้าร่วมกิจกรรมออกกำลังกายที่ลานหน้าอำเภอ (ดูเหมือนอาทิตย์ละ 2 วัน) เธอไปร่วมวงรำมวยจีนที่เทศบาลตำบลบางปะกงซึ่งอยู่ไกลจากที่บ้านไป 4 กิโลเมตร และที่ตำบลบางปะกงนี้เขามีทางเดินในสวนสาธารณะให้คนเดินออกกำลังกาย ซึ่งน้องผมก็ไปเดินที่นั่นเป็นระยะทาง 4-5 กิโลเมตรบ้างเป็นบางวัน น้องผมอยู่ในชมรมลีลาศของจังหวัดฉะเชิงเทรา เธอบอกว่ายังไปลีลาศกับชมรมบ้าง เมื่อมีโอกาส แต่เป็นลีลาศเพื่อออกกำลังกาย ไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน

            จะเรียกว่าน้องสาวของผมมีสถานภาพเป็นผู้สูงอายุติดสังคมก็คงจะได้ เมื่ออายุมากขึ้น เธอก็กลับไปรวมกลุ่มคบหาสมาคมกับเพื่อนๆ โรงเรียนชั้นประถมและมัธยมต้นที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ไปเที่ยวไปทัวร์ต่างจังหวัดด้วยกัน นัดไปกินอาหารด้วยกัน เมื่อเพื่อนคนใดมีงาน เพื่อนเก่าเหล่านี้ก็จะไปร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง

            กลุ่มเพื่อนผู้สูงอายุของน้องกลุ่มหนึ่งมีกิจกรรมที่น่าสนใจ บางคนไปหัดรำแก้บนหลวงพ่อโสธร ซึ่งการรำแก้บนหลวงพ่อฯก็มีท่ารำมาตรฐานที่ต้องฝึกหัดกัน เมื่อได้ค่าจ้างจากการรำแก้บนมาแล้ว ก็จะนำมารวมกันเป็นรายได้ของชมรมเพื่อไว้จ่ายในกิจกรรมอื่นๆ ของชมรมต่อไป

            น้องของผมมีกิจกรรมสังคมอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ คือการไปช่วยเพื่อนรุ่นน้องขายอาหารในเย็นวันเสาร์และอาทิตย์ ที่เขื่อนริมแม่น้ำบางปะกง หน้าที่ว่าการอำเภอบางปะกง เย็นวันเสาร์อาทิตย์ จะจัดให้มีการออกร้านขายเครื่องดื่มและอาหาร ลูกค้าผู้มาใช้บริการจะสั่งเครื่องดื่ม (ส่วนมากเป็นเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์) อาหาร (ซึ่งส่วนมากเป็นอาหารทะเล จำพวกกุ้ง หอย ปู ปลา) จากร้านค้าต่างๆ ร้านค้าจะนำอาหารไปส่งตามโต๊ะที่ตั้งเรียงรายตามแนวเขื่อนริมแม่น้ำ น้องของผมจะใช้เวลาว่างไปนั่งที่ร้านขายส้มตำของเพื่อนรุ่นน้อง ช่วยจดรายการอาหารที่ลูกค้าสั่ง และบางครั้งเมื่อมีลูกค้าเป็นจำนวนมาก น้องผมก็อาสาทำหน้าที่นำอาหารไปส่งให้ลูกค้าถึงโต๊ะที่ลูกค้านั่งอยู่เลย

            ฟังน้องสาวเล่าเรื่องกิจวัตรประจำวันของตนให้ฟังแล้ว ผมก็มั่นใจว่าน้องสาวไม่เหงาแน่ๆ

            อินเทอร์เน็ตช่วยผู้สูงอายุให้คลายเหงา

            เดี๋ยวนี้ คนไทยทุกรุ่นวัยใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ในหมู่เพื่อนฝูงญาติพี่น้อง ใครมีธุระต้องการติดต่อกับใคร หรือต้องการคุยกับใคร ก็สามารถทำได้โดยติดต่อผ่านทางไลน์หรือเฟซบุ๊ค เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตก้าวหน้าไปมาก และมีแนวโน้มที่จะล้ำ.หน้ายิ่งๆ ขึ้นไปอีก เราใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารกันทั้งในรูปของข้อความ เสียง และภาพ ผมคิดว่าอินเทอร์เน็ตจะช่วยผู้สูงอายุได้มากทีเดียว

            ในอนาคต เมื่อประเทศไทยเป็นสังคมสูงวัยมากขึ้น เราพอจะมองภาพออกว่าผู้สูงอายุจะอยู่ในครอบครัวที่เล็กลง จะมีผู้สูงอายุที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวมากขึ้น อยู่ห่างไกลจากลูกหลานมากขึ้น การติดต่อทางอินเทอร์เน็ตน่าจะช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับรู้ข้อมูล ข่าวสาร และความรู้ ทั้งจากลูกหลาน ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง สังคม และแหล่งอื่นๆ ผู้สูงอายุรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รู้จักคุ้นเคยกับเครื่องมือสื่อสารชนิดใหม่นี้ ดังนั้น จึงเชื่อได้ว่าอินเทอร์เน็ตจะมีส่วนช่วยผู้สูงอายุในวันหน้าคลายเหงาได้อย่างมาก

            กาลเวลาช่วยเฉลยคำตอบเรื่องหมูป่า

            ในวันนี้ความสุข ความสดชื่น และความสบายใจได้กลับมาอยู่กับคนไทย และชาวโลกที่ร่วมเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทีมหมูป่าอีกครั้ง เมื่อภารกิจช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงได้เสร็จสิ้นลงในค่ำวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 โดยสมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 คนได้รับการช่วยเหลือออกจากถ้ำหลวง ส่งถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย สิ่งที่น่าทึ่งคือ เราสามารถนำเด็กออกมาทางปากถ้ำโดยผ่านเส้นทางน้ำ ซึ่งภารกิจกู้ภัยในครั้งนี้ ชาวโลกต่างยอมรับว่าเป็นภารกิจที่ยากลำบากมาก และไม่น่าเชื่อว่าจะทำสำเร็จได้จริง

            ขอรณรงค์ให้ วันที่ 10 กรกฎาคม คือวันนักกู้ภัยโลก


ภาพจาก: Every animal in the cartoon has a meaning. Courtesy of Sisidea

ปราโมทย์ ประสาทกุล
Copyright © 2018 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333 Web master : piyawat.saw@mahidol.ac.th