The Prachakorn

ประชากรไทย...ใครสุขที่สุด


จงจิตต์ ฤทธิรงค์

04 เมษายน 2568
22



เคยสงสัยไหมว่า ใครคือกลุ่มคนที่มีความสุขมากที่สุดในประเทศไทย? การสำรวจความคิดเห็นของประชากรไทยโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในช่วงปลายปี 2567 ได้ถามว่า “ปัจจุบันท่านมีความสุขอยู่ในระดับใด?” โดยให้ผู้ตอบแบบสำรวจเลือกระดับคะแนนระหว่าง 0 ถึง 10 เมื่อ 0 หมายถึงไม่มีความสุขเลย และ 10 หมายถึงมีความสุขมากที่สุด บทความนี้มีคำตอบ

เราสำรวจใคร?

การสำรวจนี้เป็นการเก็บข้อมูลแบบออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามทั้งหมด 1,042 คน ซึ่งมีอายุเฉลี่ย 36 ปี ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (73.9%) รองลงมาเป็นเพศชาย (23.0%) และเพศอื่น ๆ (3.0%) หากพิจารณาตามช่วงอายุ พบว่ากลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุดคือ เจเนอเรชัน Z (18-29 ปี) คิดเป็น 40% รองลงมาคือ เจเนอเรชัน Y (30-44 ปี) 31% และกลุ่มเจเนอเรชัน X และ Baby Boomer (BB) (45 ปีขึ้นไป) 29%

ด้านสถานภาพสมรส ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็น โสด (29.2%) รองลงมาคือ สมรส (26.3%) และ หม้าย / หย่า / แยกกันอยู่ (4.2%) ในส่วนของระดับการศึกษา พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จบ ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (52.9%) รองลงมาคือ ปริญญาโท (25.9%) ตามด้วย มัธยมศึกษาตอนปลาย / ปวช. (10.2%) และ ปริญญาเอก (7.8%)

เมื่อพิจารณาด้านอาชีพ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ทำงานในภาครัฐ ได้แก่ ข้าราชการ / ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ / รัฐวิสาหกิจ (42.5%) รองลงมาคือ นักศึกษา (29.2%) และ พนักงานบริษัทเอกชน (9.1%) นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้เกษียณอายุ (5.7%) รวมถึงอาชีพอื่น ๆ เช่น พนักงานองค์กรไม่แสวงหากำไร, เกษตรกร, เจ้าของธุรกิจ, ฟรีแลนซ์, ผู้รับจ้างทั่วไป, พ่อบ้าน/แม่บ้าน และผู้ว่างงาน

อายุสูงขึ้น…สุขมากขึ้น?

ผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างแบบออนไลน์ในกลุ่มประชากรอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,042 คน พบว่า “ยิ่งสูงวัย ยิ่งสุขใจ” โดยกลุ่มที่มีความสุขมากที่สุดคือ เจเนอเรชัน X (อายุประมาณ 44-59 ปี) และเบบี้บูมเมอร์   (Baby Boomer-BB อายุประมาณ 60 ปีขึ้นไป) ซึ่งมีคะแนนความสุขเฉลี่ย 7.3 จาก 10 คะแนน

ในทางกลับกัน คนรุ่นใหม่อย่างเจเนอเรชัน Z (อายุประมาณ 18-26 ปี) มีระดับความสุขน้อยที่สุด ซึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขากำลังเผชิญความท้าทายในชีวิต เช่น การหางานทำ ความมั่นคงทางการเงิน และผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

ผู้ชาย ผู้หญิง หรือเพศอื่นๆ ใครสุขกว่ากัน?

แม้ว่าผู้ชายและผู้หญิงจะมีระดับความสุขเฉลี่ยไม่ต่างกันมากนัก แต่ผลสำรวจพบว่า กลุ่มเพศอื่นๆ มีระดับความสุขต่ำที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านการยอมรับและการปฏิบัติต่อกลุ่มเพศทางเลือกในสังคมไทย

คนภาคไหนสุขที่สุด?

เมื่อแบ่งตามภูมิภาค ผลสำรวจพบว่า ประชากรในภาคเหนือมีระดับความสุขเฉลี่ยสูงที่สุด ตามมาด้วยประชากรในภาคใต้ ส่วนประชากรในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคกลางมีระดับความสุขใกล้เคียงกัน ขณะที่ ประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความสุขน้อยที่สุด

สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะ ระดับรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ภาคเหนืออาจมีคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ดี ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านรายได้และโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ

แต่งงานแล้วสุขขึ้น?

อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขคือสถานภาพสมรส โดยผลสำรวจพบว่า ประชากรที่แต่งงานแล้วมีระดับความสุขสูงกว่ากลุ่มที่โสดหรือหย่าร้าง ซึ่งอาจเป็นเพราะความมั่นคงทางอารมณ์และการมีคนร่วมแบ่งปันชีวิต

อย่างไรก็ตาม การแต่งงานไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดความสุข คุณภาพของความสัมพันธ์มีความสำคัญมากกว่า บางคนอาจมีความสุขแม้จะเป็นโสด หากพวกเขามีเครือข่ายสังคมและความสัมพันธ์ที่ดี

ความสุขของคนทำงาน

ระดับความสุขของคนทำงานในกลุ่ม ข้าราชการ/ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ/รัฐวิสาหกิจ และ พนักงานบริษัท/ลูกจ้างเอกชน โดยเฉลี่ยใกล้เคียงกันที่ 7.0 และ 7.1 ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่า แม้ลักษณะงานและระบบการจ้างงานของทั้งสองกลุ่มจะแตกต่างกัน แต่ระดับความสุขที่ได้รับกลับไม่ต่างกันมากนัก

ข้าราชการและลูกจ้างรัฐมักมีความมั่นคงในอาชีพ ได้รับสวัสดิการที่ดี เช่น ประกันสุขภาพ เงินบำนาญ และสิทธิพิเศษอื่น ๆ ซึ่งอาจช่วยให้พวกเขามีความพึงพอใจในชีวิต อย่างไรก็ตาม ระบบราชการที่เข้มงวดและข้อจำกัดในการเติบโตทางอาชีพอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ระดับความสุขไม่สูงกว่ากลุ่มอื่นมากนัก

ในทางกลับกัน พนักงานบริษัทเอกชนอาจเผชิญแรงกดดันจากงานที่หนักขึ้นและความไม่แน่นอนในอาชีพ แต่อาจได้รับค่าตอบแทนที่สูงกว่าหรือมีโอกาสก้าวหน้าในสายงานที่ชัดเจนกว่า นอกจากนี้ วัฒนธรรมองค์กรที่ยืดหยุ่นมากกว่าภาครัฐก็อาจมีส่วนช่วยให้พวกเขามีระดับความสุขที่ใกล้เคียงกับข้าราชการ

ในขณะที่กลุ่มที่มีระดับความสุขต่ำที่สุดคือ พ่อบ้าน/แม่บ้าน/ว่างงาน (ไม่มีรายได้) ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ภาระทางเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงในชีวิต และความรู้สึกขาดคุณค่าในสังคม การไม่มีรายได้ประจำอาจทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอนาคตและความสามารถในการเลี้ยงดูครอบครัว อีกทั้งในบางกรณี การขาดโอกาสในการเข้าสังคมหรือพัฒนาอาชีพก็อาจส่งผลต่อความรู้สึกโดดเดี่ยวและความเครียด

โดยรวมแล้ว ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ความมั่นคงทางอาชีพจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสุขของคนทำงาน แต่กลุ่มที่ขาดรายได้หรือไม่มีบทบาทในตลาดแรงงานยังคงเผชิญความท้าทายในการรักษาคุณภาพชีวิตและความสุขของตนเอง

แล้วเราจะมีความสุขมากขึ้นได้อย่างไร?

แม้ว่าความสุขจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะปัจจัยด้านความมั่นคงทางการเงินและการงาน แต่มีบางสิ่งที่เราสามารถทำได้ด้วยเช่นกัน อย่างการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและสังคม ให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและใจ ปรับมุมมองชีวิตให้เป็นบวก และเปิดรับเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

แม้ว่าอายุ เพศ หรือภูมิภาคที่เราอยู่จะส่งผลต่อระดับความสุข แต่ความสุขที่แท้จริงขึ้นอยู่กับตัวเราเองมากที่สุด แล้วคุณล่ะ…วันนี้คุณมีความสุขแค่ไหน?


Tags :

CONTRIBUTOR

Related Posts
Copyright © 2020 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333
Webmaster: piyawat.saw@mahidol.ac.th