The Prachakorn

สิ่งเล็กๆ ที่ประทับใจ.....ของคนถอดเทป


ประทีป นัยนา

06 พฤษภาคม 2564
1154



งานถอดเทป เป็นอาชีพที่มีมานานแล้วและยังคงได้รับความนิยมถึงปัจจุบันนี้ มีหน้าที่ถอดเสียงจากเทปและอุปกรณ์อัดเสียงต่าง ๆ เพื่อนำเนื้อหาจากเสียงออกมาเป็นรูปแบบของตัวหนังสือเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น การถอดเทปเสียงสัมภาษณ์จากการอัดเสียงในโทรศัพท์มือถือเพื่อนำไปทำรายงาน จะได้รับมอบหมายงานมาในรูปแบบของไฟล์เสียงหรือไฟล์วีดีโอเพื่อนำเสียงจากในไฟล์นั้น ๆ ไปแปลงออกเป็นตัวหนังสือในรูปแบบของไฟล์ Microsoft Word หรือโปรแกรมอื่น ๆ ด้วยการคัดลอกข้อความจากไฟล์เสียงและส่งมอบแก่ผู้ว่าจ้าง

งานถอดเทปเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับหลายสาขาวิชา เท่าที่ทราบก็จะเป็นด้านนักข่าวที่มีการบันทึกข้อมูลข่าวสารเพื่อสะดวกง่ายในการสรุปและในการเผยแพร่ ตลอดจนงานเลขานุการคณะกรรมการต่าง ๆ ที่ต้องสรุปรายงานการประชุมของแต่ละหน่วยงานนั้น ๆ แต่สำหรับเราได้ถอดเทปในด้านงานวิจัย คงต้องบอกว่าไม่ง่ายเลย อย่าคิดว่า 60 นาทีที่ถอดจะเสร็จภายใน 60 นาที อาจจะต้องลากยาวกว่านั้น และมีหลายปัจจัยที่จะทำให้งานนั้นเสร็จลงได้ และที่สำคัญที่สุด คือ ความอดทนของผู้ถอด แต่อย่างไรก็ตาม งานถอดเทปเป็นสิ่งที่ผู้เขียนรัก คงมีมุมหนึ่งที่เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า รักและประทับใจ.. ในงานถอดเทป จากการที่บอกว่า คนไทยอ่านหนังสือน้อยไม่ผ่านเกณฑ์1  แต่งานถอดเทปเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ได้จากการฟัง และทำให้มีความรู้ได้มากขึ้น ที่นอกเหนือจากการอ่านหนังสือ ซึ่งเป็นเสมือนว่าเราฟังและสะสมความรู้นั้น ๆ ได้ 

การรับถอดเทปเสียง และความรู้สึกแรกที่รับงานงานถอดเทป

การทำงานที่สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล  เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เป็นการถอดความจากเทปคาสเซ็ท เทปม้วนแรกที่ได้รับจากเพื่อนๆ ความยาว 80 นาที เขาถามมาว่า “ถอดเทปไหม  ให้นาทีละ 10 บาท” เรามาคำนวณได้เยอะอยู่นะตั้ง 800 บาท จึงรับปาก แต่...โอ.!!!.พระเจ้า...เกือบไม่รอดกว่าจะสำเร็จลงได้ และในความเข้าใจแรกที่รับงานถอดเทปนี้ คิดว่าคงใช้เวลาในการฟังจากเทปและพิมพ์เสร็จคงใช้เวลา 80 นาที แต่ความเป็นจริงไม่ใช่เลย ในงานแรก 80 นาที จำได้ว่าเราใช้เวลาเกือบอาทิตย์ที่จะทำให้งานนั้นเสร็จเรียบร้อยลงไปได้ การถอดเทปนับว่าเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนสูงอีกงานหนึ่งเดียว จะต้องฝึกฟัง และพิมพ์ไปด้วย และถ้าไม่ได้ก็ต้องวนเทปหลายๆ รอบเพื่อจับใจความให้ได้ การถอดเทปขึ้นอยู่หลายปัจจัย เช่น ความชัดเจนของเสียง ความยากง่ายของเนื้อหาที่ถอด และที่สำคัญคือการมีสมาธิในการพิมพ์และฟัง หลังจากงานแรกเสร็จไป เราก็รับงานต่อมาเรื่อยๆ  งานที่ 2 3 4 ก็ตามมาตลอด และบอกได้เลยว่าเกิน 50% เป็นผลงานการถอดเทปของเราที่ได้ทำให้กับโครงการวิจัยต่าง ๆ ที่ทำในสถาบันฯ  และเริ่มชอบงานถอดเทปโดยที่ว่าให้ความรู้กับผู้ถอดมากมาย

งานถอดเทปที่ประทับใจมากที่สุด 

ขอขอบพระคุณทีมงานวิจัยทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้ ที่ได้ไว้วางใจมอบหมายให้ถอดเทปงานวิจัยประทับใจมากที่สุดชิ้นนี้ แม้จะได้เป็นระยะนานถึง 13-14 ปีมาแล้วก็ตาม  (พ.ศ. 2550 - 2564)  เรายังคงจำและระลึกถึงงานถอดเทปชิ้นนี้ได้ดี เป็นการถอดเทปสัมภาษณ์ของผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 100 ปี และแต่ละท่านอยู่มาถึง 5 แผ่นดิน ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 6 7 8 จนถึงรัชกาลที่ 9 มีหลายมุมมองมากผู้เขียนรู้สึกชอบและประทับใจ รู้สึกสนุกและย้อนภาพ เมื่อแต่ละท่านให้สัมภาษณ์ย้อนอดีตเมื่อ 100 ปีของประเทศไทยที่ผ่านมา รู้สึกชอบมาก เทป “คนห้าแผ่นดิน” ได้บอกว่า ขณะนี้เราอยู่กับรัชกาลใด มีสังคมหรือวิถีชีวิตเป็นอย่างไร ผู้เขียนก็ได้ค้นคว้าอ่านเพิ่มเติมเช่นกัน 

คนห้าแผ่นดิน ประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต

ที่มา: ปราโมทย์ ประสาทกุล, ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ และ สุภาณี ปลื้มเจริญ. (2550). คนห้าแผ่นดิน: ประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด.  เข้าถึงเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2564. สืบค้นจาก https://www.naiin.com/product/detail/3953 และ http://www.ms.ipsr.mahidol.ac.th/books_stock/index.php

ลองย้อนเวลากลับไปยังพ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นปีที่ผู้เขียนถอดเทปชิ้นนี้ ตอนนั้นอายุได้ 44 ปี และมาเปรียบเทียบกับช่วงอายุ 44 ปีของ “คนห้าแผ่นดิน” ซึ่งตรงกับช่วงของรัชกาลที่ 8 มากันดูว่า ช่วง 44 ปีของผู้เขียนกับช่วงอายุ 44 ปี ของ “คนห้าแผ่นดิน” ซึ่งถ้านับระยะห่างก็ประมาณ 61 ปี (ตั้งแต่พ.ศ. 2489 ถึง พ.ศ. 2550) จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และแตกต่างกันอย่างไร

อายุ 44 ปี ของผู้เขียน 
อยู่ในรัชกาลที่ 9  (พ.ศ. 2550)
2
อายุ 44 ปี “คนห้าแผ่นดิน” อยู่ในรัชกาลที่ 8   
(พ.ศ. 2477-2489)
2

ในยุคนี้เป็นระบบประชาธิปไตย  
มีมหากษัตริย์เป็นประมุข  
รัฐบาลนาย สุรยุทธ์ จุลานนท์ 
นายกรัฐมนตรี คนที่ 24
ของประเทศไทย 
1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 – 29 มกราคม พ.ศ. 2551

ในยุคสมัยนั้นเป็นระบบประชาธิปไตย  
มีมหากษัตริย์เป็นประมุข  
รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม 
นายกรัฐมนตรี คนที่ 3
ของประเทศไทย 
(16 ธันวาคม พ.ศ. 2481 – 1 สิงหาคม พ.ศ. 2487/ 8 เมษายน พ.ศ. 2491 – 16 กันยายน พ.ศ. 2500)

ภาพโดย: นายกรัฐมนตรีของไทย 29 คน เปิดทำเนียบผู้นำรัฐบาล. เข้าถึงเมื่อ 3 พฤษภาคม 2565. สืบค้นจาก https://hilight.kapook.com/view/1074346


ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงอายุที่เท่ากันคือ 44 ปี (ของผู้เขียน และ “คนห้าแผ่นดิน)

เมื่ออายุ 44 ปี ของ “คนห้าแผ่นดิน” ตรงกับรัชกาลที่ 8 บ้านเมืองมีความลำบากมาก และเกิดการเปลี่ยนผ่านมากมาย เนื่องจากบ้านเมืองเพิ่งยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 มาไม่กี่ปี การปกครองที่ยาวนานของรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม และการเป็นอยู่ไปทางตะวันตก และ “คนห้าแผนดิน” ได้รับรู้ถึงความโศกเศร้า3  อาดูรของปวงชนชาวไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489 มีอายุ 20 พรรษา ครองราชย์ประมาณ 12 ปี 

เมื่ออายุ 44 ปีของคนถอดเทป ความเป็นอยู่ของบ้านเมืองเมื่อสมัย พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นปีที่ 226 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นปีที่ 62 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยในปีนั้นได้เกิดเหตุการณ์สำคัญมากมาย 

  1. พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา โดยรัฐบาลได้จัดงานยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ 
  2. เหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2549 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2549 และ 1 มกราคม พ.ศ. 2550 ระหว่างงานเฉลิมฉลองวันสิ้นปีในกรุงเทพมหานคร 
  3. การยุบพรรคการเมืองที่สำคัญ และเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ.2549 และประกาศใช้ "รัฐธรรมนูญ 50"  ฉบับที่ 18 คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ด้วยสาเหตุ การยึดอำนาจการปกครองโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และตลอดระยะเวลาปี 2550 – 2559 การบ้านการเมืองของเราไร้เสถียรภาพเกิดแบ่งเป็นสองฝ่ายเหลือง-แดงมาเป็นระยะเวลายาวนานจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ.2564)

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา บ้านเมืองเรามีการเปลี่ยนผ่านนายกรัฐมนตรีบ่อยครั้ง และอีก 9 ปีต่อมา จบจนสิ้นแผ่นดินของ “คนห้าแผ่นดิน” คนไทยได้พบกับความสูญเสียอันใหญ่หลวง ในหลวงรัชกาลที่ 9 พ่อของแผ่นดินท่านเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2558 สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัติได้ 70 ปี นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอันดับที่ 29 และ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรีสืบต่อมา และนายกรัฐมนตรีของเรายังเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาจนถึงปัจจุบัน 

 

ภาพบรรยากาศของการถวายพระเพลิง ของรัชกาลที่ 9 
วันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 ณ ท้องสนามหลวง
ถ่ายโดย ผู้เขียน

ผู้เขียนอยากจะบอก “คนห้าแผ่นดิน” ว่า สิ่งที่ท่านได้พบเห็นเมื่อ 100 กว่าปีนั้น แต่ละรัชกาลที่ได้สร้างความเจริญให้กับบ้านเมืองนั้น ณ ตอนนี้ผู้เขียนในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งถือเป็น “คนสองแผ่นดิน” บ้านเมืองของเราเจริญขึ้นมาก แม้แต่คนสองแผ่นดินเองยังตามไม่ทันเหตุการณ์บ้านเมือง ถนนหนทางการสาธารณูปโภคต่าง ๆ เท่าเทียมกับนานาประเทศ บางอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อ 100 ปีอาจจะไม่มีอีกแล้ว เช่น โทรศัพท์บ้านก็จะน้อยลง โทรเลขไม่ใช้กันต่อไป ฯลฯ แต่สิ่งที่ “คนสองแผ่นดิน” พบและไม่เปลี่ยนไปในโลกปัจจุบันนี้เลย นอกจากความเปลี่ยนแปลงและเหตุการณ์ของบ้านเมืองแล้ว   คือ ความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของ “คนห้าแผ่นดิน” ความเชื่อนี้ตกทอดมาถึงผู้ถอดเทป โดยเฉพาะหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดไม่ว่าจะวัดพะโค หรือว่าวัดช้างไห้ ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่จะขึ้นไปขอพรท่านที่วัดช้างไห้เกือบทุกปี และลูกขออาราธนาให้สิ่งศักดิ์สิทธินี้จนดลบันดาลให้ประเทศไทยและประชาชนชาวโลก ผ่านพ้นวิกฤติทุกสิ่งอย่าง โดยเฉพาะโรคระบาดโควิด-19 ไปได้ด้วยเทอญ....สาธุ 

นี่.... คือ สิ่งเล็ก ๆ ที่ประทับใจจากงานถอดเทปของผู้เขียน งานที่ไม่ได้ให้แค่ค่าขนม แต่ให้สาระและความอิ่มใจ แบบไม่รู้ตัว    


อ้างอิง

  1. สำนักข่าวสร้างสุข. (2558). คนไทยอ่านหนังสือน้อยไม่ผ่านเกณฑ์. สืบค้นเมื่อ 7 กุมภาพันธ์. 2564. เข้าถึงจาก https://www.thaihealth.or.th/Content/30210.html
  2. วิถีพีเดีย สารานุกรมเสรี. (ม.ป.ป.) รายชื่อนายกรัฐมนตรีไทย. สืบค้นเมื่อ 7 กุมภาพันธ์. 2564.เข้าถึงจาก https://th.wikipedia.org/wiki.
  3. ปราโมทย์ ประสาทกุล, ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์ และ สุภาณี ปลื้มเจริญ. (2550). คนห้าแผ่นดิน: ประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด.  


CONTRIBUTOR

Copyright © 2020 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
โทรศัพท์ 02-441-0201-4 โทรสาร 02-441-9333
Webmaster: [email protected]